สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไอซ์ รักชนก นำขบวนเดียร์ วีรภัทร คันธะ ผู้สมัครเขต 6 ปั่นสามล้อเข้าตลาดพระประแดง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 มกราคม 2569 ที่ ตลาดเทศบาลเมืองพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ นางสาวรักชนก (ไอซ์) ศรีนอก นำทีมพร้อมด้วย นายวีรภัทร คันธะ (เดียร์) ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขต 6 ลงพื้นที่พบปะประชาชน โดยได้ปั่นรถสามล้อ เข้าพื้นที่ตลาดสดเทศบาลเมืองพระประแดง เพื่อแนะนำตัวและขอคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครพรรคประชาชน
บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าต่างทยอยเข้ามาทักทาย พูดคุย และให้กำลังใจ นางสาวรักชนกและนายวีรภัทรอย่างอบอุ่น ตลอดระยะทาง ขณะเดียวกันมีประชาชนจำนวนไม่น้อย ขอถ่ายภาพร่วมตลอดเส้นทางการหาเสียงในครั้งนี้

ไฮไลท์กลางตลาด ขณะที่มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาพูดคุย และขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก (ไอซ์) รักชนก ได้ทำการปราศรัย แสดงจุดยืน วิสัยทัศน์ และนโยบายเด่นของพรรค ที่นอกจากปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจ การปฏิรูปตำรวจแล้ว ยังเน้นด้านการปราบปรามทุจริต คอรัปชั่น ด้วยการนำเทคโนโลยี Ai เข้ามาใช้ให้เกิดประสิทธิผล พร้อมทิ้งท้ายขอโอกาสให้พรรคประชาชน ได้เข้าไปบริหาร และพัฒนาประเทศในครั้งนี้ด้วย

นางสาวรักชนก ศรีนอก (ไอซ์) กล่าวว่า เช้าวันนี้ ตนเองมาขอคะแนนเสียงจากพี่น้องชาวสมุทรปราการ ซึ่งครั้งที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้คะแนนเสียงยกทั้งจังหวัด วันนี้ก็ได้การต้อนรับที่ดี ทุกคนแวะเข้ามาขอถ่ายรูปและทักทาย พร้อมกับจับไม้จับมือให้กำลังใจ และการเลือกตั้งในครั้งนี้ ตนเองก็อยากจะให้พี่น้องชาวสมุทรปราการได้ดูผลงาน ที่ผ่านมาของ สส.เขตสมุทรปราการ ขอความไว้วางใจ จากพ่อพ่อแม่พี่น้องชาวสมุทรปราการอีกครั้ง เพื่อให้รอบนี้เราได้มีโอกาสไปเป็นรัฐบาล ส่วนที่มีข่าวว่า บ้านใหญ่มีผู้สมัครของ ส.ส. คนดังนั้น ตนเองไม่หนักใจ เพราะคิดว่าความความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนได้เปลี่ยนไป

การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ มีการเปลี่ยนผู้ทำงาน วันนี้บ้านเราต้องการคนมีความสามารถไปเปลี่ยนประเทศ เพื่อให้เกิดสิทธิ สวัสดิการต่อพี่น้องประชาชนโดยโดยแท้จริง วันนี้ได้มีคนเข้ามาทักทาย แล้วก็แวะมาให้กำลังใจอย่างล้นหลาม และพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่บอกว่า เจอหน้า สส.เดียร์ เป็นประจำ หลายหลายท่านก็ได้ฝากเรื่องให้ไปจัดการ ตนเองก็รับปากและจะตอบสนองให้เป็นอย่างดี

ส่วนเรื่องโพลแห่งปี ตนเองขอขอบคุณ คาดว่าน่าจะเป็นคะแนนนิยมของตัวเอง เพราะสองปีที่ผ่านมา ตนเองได้ตรวจสอบคดีทุจริตคอรัปชั่น ในหลายหลายหน่วยงาน เช่น ประกันสังคมหรือ กสทช. จึงเป็นกระจกสะท้อน ผ่านคะแนนของตัวเอง ทำให้เพิ่มขึ้นมา ซึ่งปัจจุบัน พี่น้องให้คะแนนความนิยมเรื่องทุจริตคอรัปชั่นเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งตนเองคิดว่า พรรคประชาชนให้ความสำคัญในเรื่องทุจริตคอรัปชั่น ทั้งในระบบราชการ หรือการเมือง แกนกลางของการปฏิรูปรัฐ คือปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นทุนเทา

การปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นที่ดีที่สุด หากการเปิดเผยข้อมูลของภาครัฐยังเป็นแบบนี้ ก็ไม่สามารถจับใครมาลงโทษได้ ควรเปิดเผยข้อมูลให้มันโปร่งใส ในโครงการภาครัฐต่างๆจะทำให้โปร่งใส ตั้งแต่ต้นทางและประหยัดเงิน ไม่ต้องไปตรวจจับปลายทาง ซึ่งพรรคประชาชนมองเห็นว่า สามารถที่จะทำให้ประหยัดงบประมาณและยั่งยืนได้มากกว่า ที่จะไปตรวจจับทุจริตคอรัปชั่นปลายทาง

พี่น้องประชาชนจะสนับสนุนพรรคประชาชนหรือไม่ ท่านรู้ดีว่า พรรคประชาชนไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้ ถ้าเราไม่ได้เสียงสนับสนุนจากพ่อพี่น้องประชาชนมากที่สุดก่อน ซึ่งที่ผ่านมา พรรคของตนเองโดนขัดขวางทุกวิถีทาง จึงทำให้ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ พวกเราร้องขอความไว้วางใจและโอกาสจากพ่อแม่พี่น้องประชาชน ส่วนเรื่องที่พ่อแม่ร้องขอตนเองก็ยังไม่ทราบว่าจะทำได้หรือเปล่า เพราะยังไม่เคยเป็นรัฐบาลแต่ทุกพรรคการเมืองที่เคยสัญญาที่ผ่านมา

เคยมีโอกาสทำมาหมดแล้ว และท่านสามารถประเมินได้ว่าเขาสามารถทำได้ตามที่สัญญาเอาไว้หรือไม่ พวกเราขอโอกาสสักครั้ง ขอโอกาสที่จะได้มาถืออำนาจรัฐ เพื่อบริหารจัดการงบประมาณปีละ สี่ล้านล้านบาท ขอโอกาสพวกเราเข้ามาบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน ทรัพยากร ขอโอกาสเข้ามาปฏิรูประบบงบประมาณ ปฏิรูประบบตำรวจ และอีกหลายหลายอย่างที่พวกเราได้สัญญาไว้ ถ้าทำไม่ได้ ครั้งหน้า ท่านก็ไม่ต้องเรียกพวกเรา หากท่านผิดหวังพรรคการเมืองไหน ก็ไม่ต้องสนับสนุนพรรคการเมืองนั้น ซึ่งครั้งนี้ขอโอกาสพวกเราให้เข้าถึงอำนาจรัฐสักครั้งจะทำให้ดีที่สุด

สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 6 จังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชนส่งนายวีรภัทร คันธะ หรือ เดียร์ ลงสมัครรับเลือกตั้งในหมายเลข 7 ขณะที่พรรคประชาชนมีหมายเลขพรรค 46 โดยหลังการเดินพบปะประชาชน ทีมผู้สมัครได้ขึ้นรถขยายเสียงแนะนำตัว พร้อมกล่าวถึงแนวนโยบายของพรรคในการพัฒนาประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ ที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคดูแล


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานหน่วยกำลังพลป้องกันชายแดนไทย-ลาว

ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองกำลังป้องกันชายแดนไทย-ลาว พร้อมอวยพรปีใหม่ และมอบนโยบาย เน้นย้ำคุมเข้ม ยกระดับการป้องกันเข้มงวดการเฝ้าตรวจพื้นที่ชายแดน” ในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ป้องกันสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย-ลาว ในพื้นที่ จังหวัดนครพนม

ที่ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม พลตรี มงคล หอทอง ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามการปฏิบัติงานของ ที่บัญชาการทางยุทธวิธี กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาของ ที่บัญชาการทางยุทธวิธี กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ณ ห้องประชุม ที่บัญชาการทางยุทธวิธี กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

โดยมี พันเอก สุภัทร ชูตินันทน์ ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี , นายปรีชา มณีสร้อย นายอำเภอธาตุพนม , พันตำรวจเอก ธีระศักดิ์ โพธิ์ศรีมา ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 , นาวาเอก แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ ณ กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

พร้อมทั้งได้มอบนโยบาย ข้อเน้นย้ำ และข้อห่วงใย โดยเน้นการปฏิบัติงานเชิงรุกทั้งด้านการข่าว ด้านยุทธวิธี และด้านกิจการพลเรือน อย่างประสานสอดคล้อง เพื่อให้สามารถขจัดเงื่อนไข การกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ และการปราบปรามผู้มีอิทธิพล อันจะส่งผลให้พื้นที่เกิดความเข้มแข็ง ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งนี้ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ต้องการ

ขับเคลื่อนในการป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนทุกรูปแบบ ซึ่งได้ดำเนินการในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดน ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร โดยเป็นการบูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในการป้องกันสกัดกั้นและปราบปราม การกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน อย่างเต็มขีดความสามารถ และมีประสิทธิภาพต่อไป

จากนั้น ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และคณะ ได้เดินทางไปยัง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เพื่อรับฟังบรรยายสรุปภารกิจและผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม และของ กองร้อยทหารราบ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้พบปะให้โอวาท อวยพรปีใหม่ แก่กำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดน พร้อมทั้งได้มอบนโยบาย แนวทางการปฏิบัติภารกิจ เน้นย้ำคุมเข้ม “ยกระดับการป้องกันเข้มงวดการเฝ้าตรวจพื้นที่ชายแดน” ในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยเน้นย้ำให้กำลังพลบูรณาการด้านการข่าวกับทุกภาคส่วน เพิ่มมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด

เพื่อป้องกันและเฝ้าระวัง การลักลอบนำเข้ายาเสพติด จากขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ที่อาจลักลอบช่วงเทศกาลปีใหม่ และสิ่งของผิดกฎหมาย ตลอดจนแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย คุมเข้มการป้องกันเฝ้าระวัง ทั้งทางบกและทางน้ำ ตามจุดเสี่ยงจุดล่อแหลม ช่องทางธรรมชาติ ตามแนวชายแดน ตลอด 24 ชั่วโมง และ

พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนในทุกมิติ ในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมทั้งได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญ ให้กับกำลังป้องกันชายแดนที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนรับผิดชอบ และกล่าวชื่นชมในความเสียสละทั้งกายและจิตใจมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเหน็ดเหนื่อยและเป็นกำลังใจให้กำลังป้องกันชายแดนทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งอย่างไม่ย่อท้อเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติไทยสืบไป

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.7 ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.สามพราน จว.นครปฐม

วันที่ 4 ม.ค.2569 เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ. 7 เดินทางตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.สามพราน จว.นครปฐม โดยมี พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม

พร้อมด้วยพ.ต.อ.เทิดเกียรติ รักพานิชมณีรอง ผบก.ภ.จว.นครปฐมพ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผกก.สภ.สามพรานพ.ต.ท.ธนบดี รัชญ์พัฒน์รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.สามพราน

พ.ต.ท.ฉัตรธวัชร์ ศักดิ์ดรินทร์รอง ผกก.สส.สภ.สามพรานพ.ต.ท.พนม ประทุมแสง สวป.สภ.สามพราน พ.ต.ท.มานะ ศิริเขตรกรณ์ สวป.(ชส.) สภ.สามพราน พ.ต.ท.ไพรัตน์ เกษตรศรี สว.(สอบสวน)หน.

ห้องคดี สภ.สามพรานพ.ต.ต.สมเกียรติ บูชาวงศ์ภิวัฒน์ สว.อก.สภ.สามพราน พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้การต้อนรับ ในการตรวจเยี่ยม ได้ตรวจแถวข้าราชการตำรวจ

เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมมอบนโยบายให้ยึดมั่นในความมีวินัย ความสุภาพเรียบร้อย และการให้บริการประชาชนด้วยความจริงใจ

จากนั้นได้ตรวจจุดให้บริการประชาชน One Stop Service ซึ่งจัดให้มีการให้บริการหลายด้านในจุดเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ และตรวจสอบ ห้องควบคุมผู้ต้องหา

ซึ่งมีความแข็งแรง มั่นคง ปลอดภัย พร้อม มีกล้องวงจรปิด (CCTV) ติดตั้งในสภาพใช้งานได้ดี สามารถดูภาพได้ทั้งปัจจุบันและย้อนหลังจากข้อมูลที่บันทึกไว้ เพื่อความโปร่งใสและความปลอดภัยในการควบคุมดูแล

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยม บ้านพักข้าราชการตำรวจ เพื่อให้มั่นใจว่ามีความสะอาด ปลอดภัย และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน โดยเน้นการปรับปรุงและดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยและการพักผ่อนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /รักษาการ ผอ.ใหญ่ AOT ลงพื้นที่สุวรรณภูมิ ตรวจความพร้อมรอบด้าน รับเทศกาลปีใหม่ 2569 เน้นสะดวก ปลอดภัย

รักษาการ ผอ.ใหญ่ AOT ลงพื้นที่สุวรรณภูมิ ตรวจความพร้อมรอบด้าน รับเทศกาลปีใหม่ 2569 เน้นสะดวก ปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นผู้เดินทาง
รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตรวจความพร้อมทุกมิติรับเทศกาลปีใหม่ 2569

ตามนโยบายรองนายกฯ “พิพัฒน์” เน้นย้ำความสะดวก ปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เดินทางและนักท่องเที่ยว

วันนี้ (31 ธันวาคม 2568) เวลา 17.00 น. นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เพื่อตรวจความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวก การให้บริการ และการรักษาความปลอดภัยภายในอาคารผู้โดยสารทั้งขาออกและขาเข้า เพื่อให้มั่นใจว่าผู้โดยสารจะได้รับความสะดวก และได้รับบริการอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569


ในโอกาสนี้ นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ได้ตรวจความเรียบร้อยจุดให้บริการผู้โดยสารที่สำคัญ อาทิ เคาน์เตอร์เช็กอิน จุดตรวจค้นผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ โถงสายพานรับกระเป๋า และพื้นที่โถงผู้โดยสารขาเข้า ฯลฯ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว สะดวก ปลอดภัย และยึดหลักการให้บริการด้วยหัวใจ (Hospitality)

นางสาวปวีณา เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ AOT คาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการ ณ ทสภ. เฉลี่ยประมาณ 192,500 คนต่อวัน จึงได้กำชับให้ ทสภ. เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ทราบว่า ทสภ. ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ Airport Ambassador คอยอำนวยความสะดวก ให้คำแนะนำ และสนับสนุนการใช้ระบบอัตโนมัติ อาทิ CUSS, CUBD และระบบพิสูจน์อัตลักษณ์ด้วยการสแกนใบหน้า (Biometric) เพื่อช่วยระบายผู้โดยสาร ลดความแออัด และเพิ่มความคล่องตัวในกระบวนการขาออก รวมถึงอำนวยความสะดวกผู้โดยสารขาเข้า ในการผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทาง เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น


ด้านความปลอดภัย ทสภ. เพิ่มความถี่และความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่ เฝ้าระวังผ่านระบบกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ สายการบิน และผู้ประกอบการ เพื่อให้การให้บริการเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด

การลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่กำชับให้หน่วยงานด้านคมนาคมดูแลการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ประชาชนและผู้เดินทางในช่วงเทศกาลสำคัญ สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวให้เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน


นางสาวปวีณา กล่าวทิ้งท้ายว่า AOT และ ทสภ. มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรองรับการเดินทางของผู้โดยสาร เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และได้รับประสบการณ์การบริการที่อบอุ่น สอดคล้องกับแนวคิด “World Class Hospitality” พร้อมตอกย้ำบทบาทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในฐานะประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ชาวบางพลี ร่วมสวดมนต์ข้ามปี ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง รับศักราชใหม่ 2569 เสริมสิริมงคลชีวิต ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง

เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ขึ้น บริเวณมณฑลพิธีหน้าวิหารพระนอน

โดยมี พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง นำคณะสงฆ์ และอุบาสกอุบาสิกา พร้อมพุทธสานิกชนกรวมกว่า 2,000 คน เข้าร่วมกิจกรรม

สวดมนต์ข้ามปี โดยต่างพร้อมใจกันนุ่งขาวห่มขาวเข้าร่วมพิธีอย่างตั้งใจนอกจากนั้นทันทีที่เริ่มเข้าสู่วันที่ 1 มกราคม 2569 ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง

โดยคณะสงฆ์ได้สวดชยันโต และประชาชนที่ร่วมกิจกรรมต่างพากันขับร้องเพลงชาติไทย เพื่อแสดงออกถึงความรักและความห่วงใยให้กับเหล่าทหารกล้าที่

ชายแดนไทย-กัมพูชา และยังร่วมกันยืนตรงสะดุดีแก่หารหาญที่เสียชีวิตจากเหตุวามไม่สงบที่ชายแดน อีกด้วย

โดยมี นาย ขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี เป็นผู้นำในการขับร้องเพลงชาติไทยเพื่อเหล่าทหารหาญในครั้งนี้ โดยหลังเสร็จพิธีทางวัดได้แจกนำมนต์

พระราชทานจากสมเด็จพระสังฆราช มอบให้กับผู้ร่วมงานพร้อมหนังสือสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวอีกด้วย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ชาวบางพลีร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง รับศักราชใหม่ 2569 เสริมสิริมงคลชีวิต ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง

ประชาชนชาวอำเภอบางพลีจำนวนมาก พร้อมหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เนื่องในโอกาสเริ่มต้นศักราชใหม่ พ.ศ.2569 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง จังหวัดสมุทรปราการ


วันที่ 1 มกราคม 2569 เวลา 08.00 น. (เจ้าคุณแจ้) พระวชิรคณาทร ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง จัดพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ บริเวณหน้าวิหารพระนอน วัดบางพลีใหญ่กลาง ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

เพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิตเนื่องในโอกาสเริ่มต้นศักราชใหม่ 2569 และพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสมทบทุนค่าน้ำมันเผาศพอนาถา หรือศพผู้ยากไร้ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดการศพ โดยบรรยากาศภายในงาน มี ดร.วีร์สุดา รุ่งเรือง อดีตนายก อบต.บางพลีใหญ่

พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ อดีตรอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี นางสุมลฑา เจริญศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ คณะไวยาวัจกร นายภูมินันท์ ขวัญเมือง นายโสภณ มหาบุญ นายดำรงค์รักษ์ บุญประเสริฐ ตลอดจนคณะกรรมการ อุบาสก อุบาสิกา วัดบางพลีใหญ่กลาง

คณะครู โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง ศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่กลาง ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี และพ่อค้า ประชาชนชาวอำเภอบางพลี ต่างเดินทางมาร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ 2569 กันอย่างเนื่องแน่น


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ผู้ว่าฯจ.ขอนแก่น ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569“ ต.หนองเขียด อ.ชุมแพ

วันพฤหัส ที่ 1 มกราคม พ.ศ 2569 เวลาประมาณ 12.10นางสาวศุภมาศ แก้วดวงดี ปลัด อบต หนองเขียด ปฏิบัติหน้าที่ นายก อบต.หนองเขียดนายศราวุฒิ ด่านขุนทด ผญบ.หมู่1หนองเขียด รักษาการณ์กำนันตำบลหนองเขียด

นางเสาวลักษณ์ คำตันนิธิฒน์ ผญบ หมู่9พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ
พ.ต.ท.ธรรศพงศ์ พัฒนกิตติสกุล รอง ผกก.ป.สภ.ชุมแพพร้อมด้วย พนักงาน เจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง ชรบ. อพปร. อสม. จิตอาสาพระราชทาน ตำรวจอาสา ให้การต้อนรับ

นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำ จุดตรวจ/จุดให้บริการประชาชนตำบลหนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ในช่วงเทศกาลปีใหม่กำชับเน้นย้ำ

ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ รอบคอบ และเคร่งครัดในมาตรการความปลอดภัยทางถนน โดยเฉพาะการป้องกันและลดอุบัติเหตุจากการขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมา การไม่สวมหมวกนิรภัย และการใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนให้ดูแลสุขภาพ ความพร้อม และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

นายศราวุฒิ ด่านขุนทด รักษาการณ์กำนันหนองเขียด กล่าวถึงความร่วมมือในท้องถิ่นและท้องที่ และขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะมอบน้ำดื่มและสิ่งที่จำเป็นแก่เจ้าหน้าที่ ณ จุดตรวจ

สื่อสร้างสรรค์ข่าวสารเพื่อท้องถิ่นสื่อรัฐทีวี win ฅนชนข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวประมงนราธิวาสวอน ส.ส. “วัชระ ยาวอหะซัน” แก้ปัญหา 6 ปี ถูกจับ-ขาดรายได้ เหตุทำประมงใกล้ฝั่งช่วงมรสุม

วันนี้( 2 มกราคม 2569 )ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัชระ ยาวอหะซัน ผู้สมัคร ส.ส. หมายเลข 3 นราธิวาส เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่บริเวณหาดนราทัศน์ ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งสะท้อนปัญหาหลักคือ ต้องเผชิญกับปัญหากฎหมายประมงที่เข้มงวดเกินไปจนเป็นเหตุให้ถูกจับกุมและขาดรายได้เลี้ยงครอบครัว โดยเฉพาะข้อจำกัดในการทำประมงในระยะใกล้ฝั่งและในช่วงมรสุม ซึ่งปัญหาได้ยืดเยื้อมานานถึง 6 ปียังไร้ทางออก

ล่าสุด นายวัชระ ยาวอหะซัน ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 นราธิวาส หมายเลข 3 พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อน พร้อมรับปากผลักดันแก้ไขในระดับนโยบายโดยชาวประมงระบุว่า กฎหมายประมงมีความเข้มงวดเกินไปสำหรับวิถีประมงพื้นบ้าน โดยเฉพาะการห้ามจับสัตว์น้ำในระยะ 3 ไมล์ทะเล และการบังคับใช้กฎหมายที่นำไปสู่การจับกุม ยึดอุปกรณ์ และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการประกันตัว รวมถึงค่าอุปกรณ์ใหม่ซึ่งมีมูลค่ากว่า 8,000–10,000 บาท สร้างภาระหนักให้กับชาวบ้านที่มีรายได้เพียงวันต่อวัน

นายมะยากี มะยูโซ๊ะ ตัวแทนชาวประมงพื้นบ้าน เปิดเผยด้วยความอัดอั้นว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือการที่เจ้าหน้าที่จับกุมชาวประมงที่ออกหา “กุ้งขาว” ในช่วงมรสุม โดยเฉพาะในระยะ 3 ไมล์ทะเล (ประมาณ 5.5 กม.) ซึ่งชาวบ้านจำเป็นต้องทำกินใกล้ฝั่งเพื่อความปลอดภัยและใช้เวลาทำประมงเพียงประมาณ 20 วันในช่วง 3 เดือน (ธันวาคม-มีนาคม) ที่มีมรสุม ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงมรสุม เราต้องทำงานใกล้ฝั่ง พอออกไปก็ได้ไม่กี่วัน และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเรื่องจับกุ้งภายใน 3 ไมล์ทะเล เราต่อสู้มา 6 ปีแล้ว เพื่อขอให้ผ่อนปรน อย่างน้อยในช่วงมรสุมเราออกไปทำงานสองสามวันก็ได้ 4-5 พันบาท เลี้ยงครอบครัว” นายมะยากีกล่าว และยังระบุอีกว่า การถูกยึดเครื่องมือทำประมงแต่ละครั้งทำให้ต้องเสียรายได้ไปสร้างเครื่องมือใหม่ถึง 8,000-10,000 บาท ซึ่งเป็นภาระหนักมาก

ทั้งนี้ชาวประมงจึงรวมตัวกันเพื่อขอความช่วยเหลือจากนายวัชระ ยาวอหะซัน ในฐานะผู้มีอำนาจที่อาจจะสามารถผลักดันให้เกิดการแก้ไขหรือผ่อนปรนกฎหมายให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ทำมาหากินเลี้ยงชีพด้านนายวัชระ ยาวอหะซัน กล่าวภายหลังรับฟังปัญหาว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาเรื้อรังที่ตนรับทราบมาโดยตลอด ตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง ส.ส. ในสมัยที่ผ่านมา ปัญหาดังกล่าวมีความยืดเยื้อมานานกว่า 6 ปีจริง โดยย้อนไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วสมัยที่ตนเองเป็น ส.ส. พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็เคยจัดสัมมนาใหญ่ที่หาดนราทัศน์ และเคยจัดเวทีสัมมนาร่วมกับกลุ่มประมง หน่วยงานรัฐ และตัวแทนจังหวัด รวมถึงกลุ่มประมงกว่า 120 คน เพื่อรวบรวมข้อเสนอและสะท้อนปัญหาไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด กระทรวงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เพื่อหาทางออกและนำปัญหาเข้าสู่สภาฯ และพรรคการเมืองแล้ว

นายวัชระ ยอมรับว่า การแก้ไขปัญหายังติดขัดที่ข้อกฎหมายซึ่งอยู่ในอำนาจของกรมประมง ทำให้การผ่อนปรนในระดับพื้นที่ทำได้ยาก พร้อมย้ำว่าทางออกที่แท้จริงคือ การแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน โดยเฉพาะในช่วงมรสุมชาวประมงหลายร้อยลำในพื้นที่ทำงานได้เพียงไม่กี่วันต่อฤดูกาล แต่ต้องแบกรับความเสี่ยงทั้งรายได้และกฎหมาย ผมเห็นใจและจะเดินหน้าผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่

โดย”กฎหมายประมงมีความเข้มข้น” และกรมประมงไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของพรรคตนในขณะนั้น จึงทำให้การแก้ไขกฎหมายเป็นเรื่องยาก “ผมก็ไปเจอกรมประมง…เขาก็บอกว่ากฎหมายเข้มข้น ยากที่จะผ่อนได้ ต้องแก้กฎหมายอย่างเดียว ซึ่งผมไม่ได้อยู่ในพรรคที่มีกระทรวงนั้นด้วย มันก็ทำงานลำบาก นายวัชระกล่าว“

นอกเหนือจากปัญหากฎหมายประมงแล้ว นายวัชระยังได้สะท้อนปัญหาเกี่ยวเนื่องอื่นๆ ที่ชาวประมงต้องเผชิญ เช่น ปัญหา ปากร่องน้ำตื้นเขิน ที่ไม่มีการขุดลอกมานานกว่า 4-5 ปี ทำให้เรือออกทะเลลำบากโดยนายวัชระกล่าวทิ้งท้ายว่า ตนจะเร่งสะท้อนปัญหานี้ในช่วงของการหาเสียงไปยังกระทรวงที่รับผิดชอบและรักษาการอยู่ให้มาดูแลและแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจ เพราะปัญหาประมงพื้นบ้านเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่ออาชีพหลักของชาวบ้านจำนวน 400-500 ลำ ซึ่งเป็นกลุ่มที่หาเช้ากินค่ำ
/////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.นครปฐม จัดกิจกรรม ร่วมใจรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569

นายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดกิจกรรม โรงพยาบาลนครปฐม ร่วมใจรณรงค์ ”ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดย นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวรายงาน พร้อมด้วย พันตำรวจเอก อชิรวัตต์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลนครปฐม เข้าร่วมกิจกรรม ภายในงาน มีการมอบ หมวกนิรภัย ให้กับผู้สมัครเข้าร่วมขบวนรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย จากนั้นมีการปล่อยขบวนรถจักรยานยนต์ ตามเส้นทางที่กำหนดเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ณ บริเวณโดม อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รถกระบะเสียหลักเลยโค้ง พุ่งชนรถจอดหน้าร้านข้าวต้ม ถนนมุกดาหาร–ดอนตาล พังยับรวม 7 คัน

เมื่อเวลาประมาณ 03.20 น. วันที่ 1 มกราคม 2569 พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ สุวะศรี สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.เมืองมุกดาหาร ว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันหลายคัน บริเวณทางโค้งหน้าร้านข้าวต้มกุ้ย “จงเจริญ” ถนนมุกดาหาร–ดอนตาล ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายรวม 7 คัน ประกอบด้วย รถยนต์ 5 คัน และรถจักรยานยนต์ 2 คัน โดยรถยนต์ที่เสียหาย ได้แก่ รถเก๋งโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ญท 4514 กรุงเทพมหานครเสียหายบริเวณท้ายรถด้านซ้าย นายพัฒนา มิ่งกุละ อายุ 40 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของรถ, รถกระบะโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 2 ขข 7219 กรุงเทพมหานคร เสียหายด้านหน้าและท้ายรถ

นายศิรวุฒิ กุลบุญมา อายุ 34 ปี เป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมุกดาหาร, รถเก๋งเชฟโรเลต สีเทา ทะเบียน กฉ 4419 มุกดาหาร เสียหายบริเวณท้ายรถ นายคณิตศร สีสด อายุ 67 ปี เป็นเจ้าของรถ, รถเก๋งนิสสัน สีดำ ทะเบียน กฉ 2433 มุกดาหาร เสียหายด้านข้างซ้ายและท้ายรถ น.ส.พรพรรณ พัฒนากิจพาณิชย์ อายุ 25 ปี เป็นเจ้าของรถ และรถเก๋งโตโยต้า หมายเลขทะเบียน กข 9234 มุกดาหาร เสียหายด้านหน้าและท้ายรถ

นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีขาว ทะเบียน 1กง 9585 มุกดาหาร เสียหายบริเวณล้อหน้าและด้านหน้า โดยมีนายพชรพล เป็นเจ้าของ และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ สีขาว ทะเบียน 1กย 6470 อุดรธานี กระจกมองข้างได้รับความเสียหายจากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้เห็นเหตุการณ์ให้การว่า รถกระบะโตโยต้า สีขาว ขับมาจากทางอำเภอดอนตาล มุ่งหน้าเข้าเมืองมุกดาหาร ด้วยความเร็ว เมื่อถึงบริเวณดังกล่าว

ซึ่งเป็นทางโค้ง ได้เสียหลักพุ่งชนรถที่จอดอยู่ข้างทางหน้าร้านข้าวต้ม ทำให้รถหลายคันได้รับความเสียหายดังกล่าว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียดและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อุบัติเหตุ #รถชน #มุกดาหาร #ปีใหม่ #ทางโค้งอันตราย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เสี่ย เฮงๆ รวยๆ เฮงสมชื่อ ขายบ้านหลายหลังส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 นางภานุลักษณ์ เทพวงศ์ษา ขายบ้านให้ นางสาวภานุมาศ จอมคำสิงห์ และนางสาวปฬาณี เสตสิงห์ ทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียว หมูบ้านเจษฏา 3 บ้านเลขที่ 139/22 หมู่ 2 ตำบลบึง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โอนที่สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาศรีราชา เสี่ย เฮงๆ จัดให้ท่านใดสนใจอยากได้บ้านมือสองบ้านสวยๆ แถวศรีราชา เสี่ย ( เฮง เฮง ) ( บริษัท เฮง เฮง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ) นายภูวดล พุทธ์เทศน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ฝากขาย – ซื้อหรือเช่า อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิดสนใจติดต่อเบอร์โทรนี้ได้ 0917432784 0813291222 ( เฮง เฮง )

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง